The directory provides the answer to all your convention and exhibition needs and requirement in Thailand.

NEWS

    

อุตสาหกรรมไมซ์ 5 แสนล้าน อ่วมหนัก 4 สมาคมร้องนายกฯผ่อนคลายจัดกิจกรรม

“อุตสาหกรรมไมซ์"

อุตสาหกรรมไมซ์ 5 แสนล้านระส่ำ EMA-TEA-TICA-THA 4 สมาคมใหญ่ ยื่นหนังสือวอนนายก ผ่อนคลายกิจการอีเวนต์-สัมมนา ภายใน 15 ต.ค. หวังปลุกเศรษฐกิจหน้าขายโค้งท้าย หลังถูกสั่งปิดลากยาวทำธุรกิจขาดทุนยับ กระทบหนักเลิกจ้าง-เจ๊งระนาว

วันที่ 6 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 4 สมาคมในอุตสาหกรรมไมซ์ ผู้ทำธุรกิจจัดงานอีเวนต์และงานสัมมนาระดับนานาชาติ นำโดย นายอุปถัมป์ นิสิตสุขเจริญ นายกสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน หรือ EMA, นายประวิชย์ ศรีบัณฑิตมงคล นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA, นายสุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA, และนางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย หรือ THA ร่วมลงนามในหนังสือเพื่อยื่นถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อขอให้ผ่อนคลายธุรกิจไมซ์ ให้สามารถเปิดกิจการและจัดกิจกรรมได้ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น ภายในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เพื่อประคองสถานการณ์ธุรกิจของภาคเอกชนให้สามารถเดินหน้าต่อได้

โดยนายอุปถัมป์ นิสิตสุขเจริญ นายกสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2563 ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ ได้เห็นถึงเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด และการประคับประคองเศรษฐกิจมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม มาตรการล็อกดาวน์ในปี 2564 ได้ลากยาวและต่อเนื่องมากกว่าในปี 2563 ส่งผลให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมไมซ์ตกอยู่ในสภาวะขาดทุน ทำให้มีการเลิกจ้างงาน และส่วนใหญ่ต้องเลิกกิจการไป

“หากในช่วงไตรมาสสุดท้ายที่เหลือของปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไมซ์ได้รับอนุญาตให้กิจการและกิจกรรมได้กลับมาดำเนินงานได้อีกครั้ง ก็จะช่วยประคองสถานการณ์ของธุรกิจภาคเอกชนไม่ให้ถดถอยไปกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลทางตรงและทางอ้อมไปยังผู้ประกอบการ บุคลากร ตลอดจนครอบครัว และประชาชนโดยรวม ให้มีสถานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นเป็นลำดับ”

ดังนั้น การเปิดให้กิจการและกิจกรรมในอุตสาหกรรมไมซ์ ได้กลับมาทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท กับการจ้างงานโดยรวมเกือบ 4 แสนอัตราในปี 2562 ซึ่งเป็นปีปกติก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจอีกหลายเท่าทวีคูณ จะนำไปสู่การจ้างแรงงาน และบุคลากรในกิจการ เช่น โรงแรม ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า ร้านอาหาร ร้านค้า และการบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนกิจกรรมการจัดแสดงสินค้า การประชุมในประเทศ การจัดกิจกรรมการตลาด เป็นต้น

ทั้งนี้ สมาคมในอุตสาหกรรมไมซ์ ต่างเชื่อว่าการที่รัฐบาลได้ผ่อนปรนให้มีการกลับมาเปิดกิจการบางประเภท เช่น ร้านอาหาร ศูนย์การค้า ส่วนบริการอื่น ๆ ได้บ้างแล้ว เป็นแนวทางที่ดีในการเริ่มผ่อนคลายให้เศรษฐกิจได้เริ่มขับเคลื่อนด้วยตัวเอง

แต่กิจการและกิจกรรมในอุตสาหกรรมไมซ์ ที่ได้เรียนข้างต้น ก็ควรได้รับการพิจารณาผ่อนปรนเช่นกัน เนื่องจากทุกกิจการและทุกกิจกรรมนั้น ผู้ประกอบการจะดำเนินการด้วยมาตรการป้องกัน และควบคุมอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตามที่ได้ปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง

“สมาคมในอุตสาหกรรมไมซ์ ได้จัดทำมาตรการปกติใหม่ (New Normal) ที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานสาธารณสุข และ ศบค. ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อใช้ในการกำกับการดำเนินกิจการ และกิจกรรมต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านอย่างเข้มงวด โดยไม่ปรากฏผู้ติดเชื้อรายใหม่ขึ้นแต่อย่างไร

และสิ่งที่ผู้ประกอบการของสมาคมในอุตสาหกรรมไมซ์ปรารถนาคือ การขอความเห็นชอบจาก ฯพณฯ ในการผ่อนผันให้กิจการ และกิจกรรมได้กลับมาทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยตัวเองต่อไปโดยเร็ว ภายใต้มาตรการปกติปัจจุบัน (New Normal) ที่สมาคมในอุตสาหกรรมไมซ์ ได้มีการปรับเพิ่มมาตรการและมีความเข้มข้นขึ้น เพื่อรองรับกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ อาทิ การควบคุมกิจกรรม และผู้ประกอบการด้วยวัคซีนที่ได้รับตามเกณฑ์ของคณะกรรมการควบคุมวัคซีน ประกอบการมาตรการสาธารณสุขอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด”

นอกจากนี้ ทาง 4 สมาคมยังระบุอีกด้วยว่า พร้อมที่จะเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี และกวังว่าจะได้รับการพิจารณา เพื่อให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม ได้มีส่วนร่วมในการกอบกู้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไปในอนาคต

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ https://www.prachachat.net/marketing/news-776614