The directory provides the answer to all your convention and exhibition needs and requirement in Thailand.

NEWS

    

ททท.ถกผลกระทบท่องเที่ยวด่วนหลังเหตุปะทะ

772378cd0721c0d1a8f6c63827005708.jpg

ททท.ถกสมาคมฯท่องเที่ยวด่วนเหตุตำรวจปะทะม็อบ ยกเลิกแฟมทริปสื่อนอกเข้ากรุงย้ายไปพัทยาแทน ด้านสทท.วอนทุกฝ่ายเจรจาหวั่นเที่ยวไทยดิ่งเหว

นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ก.พ. ททท.เตรียมประชุมหารือร่วมกับ 8 สมาคมด้านการท่องเที่ยว เช่น สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) สมาคมโรงแรมไทย(ทีเอชเอ) เป็นต้น เพื่อประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวล่าสุด ภายหลังเกิดเหตุปะทะกันระหว่างตำรวจและกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง(ม็อบ) บริเวณแยกมิสกวัน วันที่ 18 ก.พ. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

“ททท.ไม่สามารถประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นได้ในทันที ต้องรอการประมวลผลจากภาคเอกชนและการรายงานจากสำนักงานต่างประเทศททท. 26 แห่งทั่วโลก ก่อนปรับแผนอีกครั้ง เพราะเหตุการณ์เพิ่งเกิด แต่ศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฎิบัติการในภาวะวิกฤต(ศวก.) ททท.ได้เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง” นายธวัชชัย กล่าว

นายศุกรีย์ สิทธิวนิช รองผู้ว่าการด้าน สื่อสารการตลาด ททท. เปิดเผยว่า ททท.เลื่อนเส้นทางการจัดแฟมทริปคณะสื่อมวลชนจากทั่วโลก 40 คน เดินทางเข้ากรุงเทพฯ จากเดิมมีแผนเดินทางท่องเที่ยวย่านราชประสงค์ โดยปรับเปลี่ยนเส้นทางไปยังพัทยาแทน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยในวันที่ 19 ก.พ.นี้ ม็อบมีแผนระดมพล ร่วมกับม็อบชาวนา อาจส่งผลกระทบต่อการจราจรติดขัด

ด้านการประกาศเตือนนักท่องเที่ยว ปัจจุบันรัฐบาล 48 ประเทศประกาศให้นักท่องเที่ยวของตัวเอง หลีกเลี่ยงเส้นทางกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นระดับ 2-3 เท่านั้น มีเพียงฮ่องกงประกาศเตือนสูงสุดสีดำระดับที่ 5 และ ประเทศรัสเซียระดับที่ 4 ล่าสุดยังไม่มีประเทศใด เพิ่มระดับการเตือน รวมถึงจำนวนประเทศที่ประกาศเตือนมาไทยเพิ่ม

ด้านนายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมทีเอชเอ เปิดเผยว่า สมาคมฯจะติดตามสถานการณ์ม็อบอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นเชื่อว่าถ้าเหตุการณ์และความเสียหายที่เกิดขึ้นสามารถยุติลงอย่างรวดเร็วจะไม่กระทบต่อการท่องเที่ยวประเทศไทยมากนัก และสามารถฟื้นฟูให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาท่องเที่ยวกรุงเทพในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ได้ทัน

นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสทท. เปิดเผยว่า เอกชนท่องเที่ยวท่องเที่ยวต้องการให้ทุกฝ่ายหันหน้าเจรจาหาทางออกร่วมกัน เพื่อยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น เพราะจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม เบื้องต้นต้องรอดูสถานการณ์ว่าจะยุติได้เร็วหรือไม่ รวมถึงติดตามว่าต่างประเทศจะยกระดับการเตือนเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งเอกชนยังมั่นใจว่าเป้าหมายรายได้ 2 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ 28 ล้านคน สามารถเป็นไปตามเป้าหมายเดิมได้ หากม็อบยุติได้เร็วนี้

“หลักใหญ่ที่มีผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว อยู่ที่การใช้ประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนสถานการณ์ต้องต้องขึ้นอยู่กับผลกระทบและพื้นที่ข่าวที่สื่อสารออกไปต่างประเทศ ส่วนความรุนแรงจะมากน้อยต้องขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ เพราะเมื่อครั้งที่เกิดเหตุปะทะที่แยกหลักสี่ จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุการณ์จบได้เร็ว ในครั้งนั้นไม่มีรัฐบาลใดเพิ่มระดับคำเตือน เอกชนมองว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอีกครั้ง” นางปิยะมาน กล่าว

ที่มา :Posttoday.com/
https://www.posttoday.com/economy/news/278781