The directory provides the answer to all your convention and exhibition needs and requirement in Thailand.

NEWS

    

แอพพลิเคชันแห่งชาติ ‘TAGTHAI’ ตัวช่วยเอสเอ็มอีท่องเที่ยวยุคดิสรัปต์

7a499a952ac4dc07088b1c219d1ea7bc.gif

ในที่สุดโครงการจัดทำแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวแห่งชาติ (Digital Tourism Platform) ที่ดำเนินการโดย บริษัทไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ภายใต้ แอพพลิเคชัน ในชื่อ “ทักทาย” (TAGTHAI) วางไทม์ไลน์เปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อทำให้แอพพลิเคชันนี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเที่ยวด้วยตัวเอง (เอฟไอที) วางแผนและจองเที่ยวไทยได้และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย

วันสต็อปเซอร์วิสเที่ยวไทย

การให้บริการของแอพ พลิเคชันนี้ ประกอบไปด้วย 3 เรื่องหลัก ได้แก่

1. ข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวของไทย

2. การให้บริการในลักษณะมาร์เก็ตเพลส อย่างการจองโรงแรม, สายการบิน, ทัวร์อินบาวด์และทัวร์เที่ยวในประเทศ, ภัตตาคารและที่พักผ่อนหย่อนใจ, รถเช่า และการขนส่งทางรถและเรือ และ

3. การให้บริการด้าน SOS ที่จะเป็นการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติในกรณีถูกเอารัดเอาเปรียบ หรือปัญหาความไม่ปลอดภัยต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งระบบจะเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัทไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เผยว่า แอพพลิเคชันนี้ ได้รับการสนับสนุนงบลงทุนจากธนาคารกสิกรไทย 30-50 ล้านบาท เพื่อให้ กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) พัฒนาแอพพลิเคชันนี้ให้เกิดขึ้น เพราะไหนๆ ธนาคารกสิกรไทย ก็ได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ในการให้บริการระบบชำระเงินในโครงการอี-วีซ่าของกต.อยู่แล้ว การพัฒนาแอพทักทายขึ้นมา ก็จะเป็นอีกช่องทางที่จะเชื่อมเรื่องอี-วีซ่า ไว้ในแอพนี้ในอนาคต

เนื่องจากแอพพลิเคชัน ทักทาย จะเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทุกภาคส่วน และเชื่อมโยงกับภาคการเงิน ซึ่งมีสมาคมธนาคารไทยร่วมอยู่ในขณะทำงาน เพื่อให้ลูกค้าใช้บริการชำระเงินได้สะดวก ในลักษณะวัน สต็อป เซอร์วิส ด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยมีทีมงานจากหอการค้าไทยเป็นแกนหลักในการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน

ดีเดย์เปิดตัวตุลาคมนี้

โครงการนี้ไม่ได้หวังกำไร แต่มองว่าเป็นประโยชน์แก่การท่องเที่ยวของประเทศ และบริษัทอยู่ระหว่างขอจดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชน ทั้งนี้การพัฒนาแอพพลิเคชันนี้จะเปิดตัวได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งในส่วนของมาร์เก็ตเพลส จะเริ่มต้นจากการจองโรงแรมก่อน เพราะมีความพร้อมสูงสุด และขณะนี้สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กำลังเปิดรับสมัครโรงแรมที่จะสมัครเข้าร่วมโครงการอยู่ จากนั้นจะทยอยเปิดตัวการให้บริการมาร์เก็ตเพลสในส่วนของบริการอื่นๆ ต่อไป

รายได้หลักของแอพพลิ เคชันทักทาย จะมาจากค่าคอมมิสชันในการจองสินค้าและบริการท่องเที่ยวต่างๆ ที่เสนอผ่านทางมาร์เก็ต เพลส รวมถึงค่าโฆษณาที่จะเกิดขึ้นในแอพนี้ ซึ่งประเมินว่าทั้งโครงการน่าจะใช้เม็ดเงินกว่า 70 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการให้เกิดความสมบูรณ์

กลุ่มเป้าหมายที่จะใช้บริการแอพ มองทั้งไทยและต่างชาติ โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติจะโฟกัสที่จีน และอาเซียนก่อน ซึ่งจะออกมาทั้งหมด 3 ภาษา คือ ไทย จีน และอังกฤษ เน้นการประชาสัมพันธ์แอพนี้ไปทั่วโลก ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนกว่า 49 หน่วยงาน

คอมพ์ 12% ตํ่ากว่า OTA ข้ามชาติ

นางศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เปิดเผยว่า ในขณะนี้ทีเอชเอ อยู่ระหว่างดำเนินการเปิดเชิญชวนให้โรงแรมต่างๆ ที่มีใบอนุญาตประกอบการโรงแรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เข้าร่วมการขายห้องพักผ่านแอพพลิเคชัน “ทักทาย” (TAGTHAI) ที่จะมีการเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2562

แพลตฟอร์มนี้เป็นประโยชน์แก่ธุรกิจโรงแรม ในการประชา สัมพันธ์โรงแรมให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และยังเป็นแอพพลิเคชันเดียวที่รับเฉพาะโรงแรมที่มีใบอนุญาตประกอบการโรงแรมเท่านั้นที่จะเข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ

ทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าคอมมิสชันในการขายห้องพักผ่านระบบนี้ในอัตราที่ตํ่ากว่า ออนไลน์ทราเวลเอเยนต์ (OTA) ข้ามชาติ โดยโรงแรมที่เป็นสมาชิกของทีเอชเออยู่ที่ 12% และโรงแรมที่ไม่เป็นสมาชิกอยู่ที่ 15% ที่จะเป็น ทางเลือกของผู้ประกอบการโรงแรม ที่จะช่วยลดต้นทุนในการขายห้องพักผ่านระบบออนไลน์ โดยเสียค่าคอมมิสชันที่ตํ่ากว่าการขายห้องพักผ่านออนไลน์ทราเวล (OTA) ที่ในทุกบุ๊กกิ้งจะเสียค่าคอม มิสชัน อยู่ที่ 20-30% ต่อบุ๊กกิ้ง

ดึง 1 หมื่นโรงแรมขายผ่านแอพ

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนขายที่ห้อง TAGTHAI โรงแรมจะต้องลงทะเบียนออนไลน์ก่อน เพื่อทำการตรวจสอบคุณสมบัติ โดยโรงแรมที่ทำสัญญาจะต้องยินยอมให้ทีเอชเอ-OTA เป็นตัวแทนการขายห้องพักให้กับโรงแรม ซึ่งโรงแรมจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบจัดการห้องพักและราคา ทั้งนี้โรงแรมสามารถอัพเดตราคาห้องพัก จำนวนห้องว่าง สิ่งอำนวยความสะดวก และข้อมูลอื่นๆ และตั้งค่าให้ที่พักออนไลน์เมื่อพร้อม

“เราตั้งเป้าหมายดึงโรงแรมที่จดทะเบียนถูกต้องราวกว่า 1 หมื่นแห่ง รวมห้องพักราว 3 แสนห้องทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ แต่ในช่วงแรกของการเปิดรับสมัครน่าจะอยู่ที่ราวกว่า 200-300 โรงแรม ซึ่งการขายที่พักผ่านแอพพลิเคชันทักทาย ไม่ใช่เป็นการไปขายแข่งกับ OTA ข้ามชาติ เพราะด้วยเครือข่ายที่เขามีทั่วโลก คงไปสู้เขาไม่ได้ หรือผู้ประกอบการขนาดใหญ่เอง ก็เลือกที่จะใช้ OTA ข้ามชาติ เพราะมองว่าคุ้มกับการลงทุน แต่การทำแอพนี้ขึ้นมา ก็จะทำให้ผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอีในไทย มีโอกาสเพิ่มการขายในช่องทางดิจิตอล” เนื่องจากธุรกิจขนาดเอสเอ็มอี จะมีกำลังในการจ่ายค่าคอมมิสชันได้ เพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ขณะเดียวกันก็อยากสนับสนุนให้เกิดการซื้อขายภายในแอพนี้เพิ่มขึ้น เพราะด้วยความเป็นแอพของไทย ก็จะทำให้ประเทศมีรายได้ ต่างจากการจองผ่าน OTA ข้ามชาติที่ไทยไม่ได้ภาษีหรือรายได้อะไรจากการทำบุ๊กกิ้งที่เกิดขึ้น” นางศุภวรรณ กล่าวทิ้งท้าย

****************************************************************************************

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.thansettakij.com

www.thansettakij.com/content/407653