The directory provides the answer to all your convention and exhibition needs and requirement in Thailand.

NEWS

    

ความเชื่อมโยงระดับภูมิภาค ทางลัดสร้างโอกาสเติบโต อุตสาหกรรมไมซ์ไทย

5736c285a6562116ec7e0a8970c44047.gif

เพื่อให้แนวคิดแก่ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมไมซ์ไทย ก้าวทันทิศทางความเป็นไปของโลก ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) และอดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ได้ตอบรับมาบรรยายพิเศษภายในงานสัมมนา MICE Talk 2019 ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ในหัวข้อ “ความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค โอกาสของประเทศไทย” (Regional Connectivity: Opportunity Thailand)

ทั้งนี้ ไฮไลต์ของการบรรยายในงานสัมมนา MICE Talk 2019 อยู่ที่การชี้ให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน ที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมไมซ์ไทย ซึ่งหมายรวมถึง ตัวอักษรทั้ง 4 ในคำว่า MICE นั่นคือ Meetings, Incentive Travel Conventions และ Exhibitions ได้เห็นประเด็นความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและธุรกิจไมซ์ไทย โดยมี โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นหมุดหมายหลักในการขยายความร่วมมือระดับภูมิภาคทั้ง CLMV และอาเซียนเป็นจุดแข็งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์

42801d8a5f19043d4feba282b53ebd5f.gif

โอกาสมา ต้องคว้าให้ทัน ต้องเชื่อมโยงระดับภูมิภาคให้ได้ อุตสาหกรรมไมซ์ไทย ถึงจะโตแบบติดสปีด

ดร.ศุภชัย เริ่มการบรรยายครั้งนี้ ด้วยการจุดประเด็นให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน ที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมไมซ์ไทย เห็นประเด็นความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคว่า

“ความเชื่อมโยง (Connectivity) ในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องของ Digital Transformation หรือ การเปลี่ยนแปลงที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจซึ่งกำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เศรษฐกิจโลกยุคใหม่กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกขณะนี้ เป็นประเทศยักษ์ใหญ่ในตลาดเกิดใหม่ อย่างจีน อินเดีย บราซิล และอาเซียน เป็นต้น”

“ตอนนี้การเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นไปในทิศทางที่ดี ยิ่งในส่วนของการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ ไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจและธุรกิจด้านนี้ที่แข็งแกร่งมากประเทศหนึ่งในภูมิภาคนี้ จากการที่ได้รับการยกระดับจากการจัดอันดับของหลายสถาบันระดับโลก เช่น Moody ได้ยกอันดับของประเทศไทยจาก stable เป็น positive”

“นอกจากนี้ IMD World Competitiveness ranking 2019 ก็ได้ยกระดับประเทศไทยจากอันดับที่ 35 เป็นอันดับที่ 25 เพราะเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศดีขึ้น มีโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาในประเทศ ปีหนึ่งๆ มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากฮ่องกง และมีโอกาสที่จะแซงหน้าในไม่ช้า จึงเป็นโอกาสที่ไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมไมซ์ในระดับภูมิภาคได้”

โดยสิ่งที่สนับสนุนให้ ดร.ศุภชัย กล่าวสรุปเช่นนี้ ก็เพราะ

“ขณะนี้มีกระแสการลงทุนไหลบ่าเข้ามาในภูมิภาคนี้เพิ่มมากขึ้น เพราะนักลงทุนจากต่างชาติเห็นแล้วว่ามีความต้องการมากขึ้นจากการที่มี Regional Connectivity หรือความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค กอปรกับการที่ภูมิภาคนี้มีแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มสตาร์ทอัพ หรือ ผู้ประกอบวิสาหกิจ ก็ยิ่งทำให้เกิดการเชื่อมโยงที่ความหลากหลายมากขึ้น”

“เห็นได้จากรูปแบบของสินค้าและบริการที่หลากหลาย มีโซลูชั่นใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะทางบางอย่างที่เกิดจาก digitalization และความต้องการของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไป มีความต้องการที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน”

แนะเทคนิคเชื่อมโยงระดับภูมิภาค เป้าหมายต้องชัดเจน

จากนั้น ดร.ศุภชัย ยังได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ในการเชื่อมโยงกับภูมิภาคนั้น จะต้องกำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน รวมถึงความร่วมมือต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน

“เช่น โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งเป็นนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ ต้องไม่เน้นแค่เรื่องของกฎระเบียบต่างๆ เท่านั้น แต่ต้องมีพันธสัญญาที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ดึงดูดการลงทุนของต่างชาติเข้ามาโดยต้องระวังไม่ให้เกิดการผูกขาด และต้องพิจารณาถึงเรื่องแรงงานด้วยว่าขณะนี้มีเพียงพอรองรับหรือไม่ หากจะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในเรื่องนั้น เช่น การบิน การเงิน หรือ เศรษฐกิจดิจิทัล”

“ขณะเดียวกันไทยจะต้องสามารถเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม หรือกลุ่ม CLMV ให้เข้มแข็ง และที่สำคัญต้องรักษาความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนไว้ให้ดี เพราะตอนนี้ความร่วมมือในระดับภูมิภาคของอาเซียนถือว่ามีความเข้มแข็งและมีศักยภาพมาก ต้องอย่าให้เสียจุดยืนในระดับภูมิภาค เพราะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับประเทศไทย”

“นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีโอกาสจากการพัฒนาในระดับภูมิภาค อาทิ โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road Initiatives) ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟความเร็วสูง หรือเส้นทางคมนาคมขนส่งอื่นๆ ที่จะเชื่อมโยงมาสู่กรุงเทพฯ ซึ่งไทยจะต้องหาวิธีที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดจากจุดยืนของตนเองที่ชัดเจนนี้”

ทีเส็บ สื่อกลาง ภารกิจเชื่อโนง อุตสาหกรรมไมซ์ไทย ในระดับภูมิภาค

ด้าน นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ได้กล่าวถึงการจัดงาน MICE Talk 2019 ที่ตั้งใจจัดขึ้นภายใต้แนวคิดของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้ประกอบการไมซ์เป็นหลัก ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับที่เริ่มเข้าสู่ธุรกิจไมซ์ เช่น กลุ่มนักศึกษา ระดับผู้ปฏิบัติงาน ระดับผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการ

ที่ผ่านมา การดำเนินงานผ่านการจัดหลักสูตรฝึกอบรมด้านไมซ์นานาชาติ ได้วางแผนให้ครอบคลุมทุกระดับ เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจไมซ์ได้เห็นภาพใหญ่ทิศทางระดับมหภาคและการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมและธุรกิจไมซ์ไทย และเพื่อปรับแนวทางการทำงานของผู้ประกอบการไมซ์ให้สอดคล้องต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกด้านที่ทั่วโลกต่างต้องเผชิญ

“สิ่งที่เราได้เรียนรู้จาก ดร.ศุภชัย คือ ประวัติศาสตร์มักจะหมุนวนกลับมา สิ่งที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นเมื่อ 30 ปีก่อน กับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างจีนกับสหรัฐเป็นเรื่องเดียวกันเพียงแต่คนละระดับและแนวทาง เราได้เรียนรู้ว่าภาคเศรษฐกิจระดับมหภาคเกิดอะไรขึ้นในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา”

“สำหรับประเทศไทยเอง ก็ได้เรียนรู้ว่า Eastern Seaboard เกิดขึ้นได้อย่างไร จนในตอนนี้พัฒนามาเป็น EEC (Eastern Economic Corridor) ซึ่งประเด็นสำคัญคือต้องเรียนรู้จากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และใช้คำว่า connectivity เพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่เรามี เพื่อนำความได้เปรียบนี้ไปสร้างความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคและพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ในฐานะอุตสาหกรรมที่เสริมความมั่นคงให้เศรษฐกิจประเทศต่อไป” ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวสรุป

****************************************************************************************

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.salika.co

www.salika.co/2019/08/25/mice-industry-thailand-growth/