The directory provides the answer to all your convention and exhibition needs and requirement in Thailand.

NEWS

    

ทีเส็บชูแนวทางพัฒนาเชียงใหม่...สู่การเป็นไมซ์โมเดล เพื่อชุมชน

fe9dff81400bb006141ee720413d7698.gif

ในเวลานี้ทางสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เดินหน้าผลักดันไมซ์ซิตี้ต่อเนื่อง ขานรับนโยบายการกระจายรายได้ของรัฐบาล สร้างแนวทางการพัฒนาเมืองเชียงใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ซิตี้ภาคเหนือครบวงจร ผสานความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่และชุมชน ชูกิจกรรมหลังเข้าร่วมประชุม นำเสนอเอกลักษณ์ด้านวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรม ประเพณี พร้อมส่งเสริมสหกรณ์ชุมชนเป็นสถานที่จัดงานไมซ์ สร้างโอกาสการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์การพัฒนาไมซ์

ทั้งนี้ นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บมีแนวทางในการผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน เพื่อให้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นตามนโยบายรัฐบาล โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2561-2564) ในยุทธศาสตร์ที่ 9 การพัฒนาภาค เมือง และพื้นที่เศรษฐกิจนั้น มีเป้าหมายในการพัฒนาพื้นที่ภาคเหนือให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง ซึ่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดแรกของไทยในการประกาศแผนอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์การพัฒนาไมซ์ระดับจังหวัด

ซึ่งภายใต้วิสัยทัศน์นครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม จุดหมายปลายทางของกิจกรรมไมซ์ในเอเชีย ของเชียงใหม่นั้น ทีเส็บได้กำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาเชียงใหม่สำหรับการเป็นไมซ์ซิตี้ไว้ 4 ด้าน ได้แก่

1. ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์และการตลาดไมซ์แบบมุ่งเป้าตลาดเอเชีย

2. ยกระดับการบริการ พัฒนาสินค้าท่องเที่ยว สร้างโอกาสในกิจกรรมไมซ์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรม

3. พัฒนา ยกระดับบุคลากรที่มีส่วนสนับสนุนอุตสาหกรรมไมซ์ในพื้นที่ และ

4. ยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนการจัดกิจกรรมไมซ์

จากแผนงานดังกล่าว นายจิรุตถ์ ได้กล่าวต่อว่า ได้ดำเนินการสร้างโปรแกรมหลังการประชุมที่เป็นมาตรฐาน ตลอดจนการพัฒนากิจกรรมและการบริการที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ ถือเป็นรูปแบบสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อให้เป้าหมายการกระจายรายได้ผ่านอุตสาหกรรมไมซ์ โดยเชียงใหม่มีการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ในโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไมซ์ใหม่ในพื้นที่เมืองไมซ์ 6 เส้นทางหลัก ได้แก่

1. เส้นทางกิจกรรมซีเอสอาร์ และการประชุมเชิงอนุรักษ์ อาทิ สหกรณ์นิคมแม่แตงจำกัด อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก และการเปิดประสบการณ์ผู้เข้าร่วมประชุมให้ได้สัมผัสกับวิถีชุมชนท้องถิ่นที่ชุมชนบ้านออนใต้ ในการนำทุนวัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิม มาผนวกกับความคิดสร้างสรรค์สร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ตลอดจนบริการต่างๆ ในชุมชน

2. เส้นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การเยี่ยมชมสถานที่ที่มีประวัติความเป็นมาและมีความผูกพันทางจิตใจของคนรุ่นหลัง อาทิ บ้านถวาย กิจกรรรมบวชต้นยางนา อำเภอสารภี การประดิษฐ์โคมและทดลองประดิษฐ์โคมโดยปราชญ์ชาวบ้านแม่ครูโคมล้านนา หรือแม่ครูบัวไหล คณะปัญญาแห่งชุมชนเมืองสาตรหลวง ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มงานหัตถกรรมการทำโคมล้านนาโดยประดิษฐ์ขึ้นจากวัสดุพื้นบ้าน

3. เส้นทางการสร้างทีมเวิร์ค ผ่านกิจกรรมที่ระดมความคิด แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน อาทิ ศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า และปันผลฟาร์ม เป็นต้น

4. เส้นทางการผจญภัย ที่มีกิจกรรมทางกายภาพ สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ อาทิ อุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก

5. เส้นทางกิจกรรมนำเสนออาหารไทย ในทุกการจัดงานที่หลากหลาย เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทาง อาทิ บ้านหัวฝาย ชุมชนบ้านดงบัง เป็นต้น และ

6. เส้นทางการจัดงานและกิจกรรมหรูหรามีระดับ ซึ่งเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นในระยะหลังเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษในกับนักเดินทางกลุ่มไมซ์

นอกจากนี้ในด้านมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย Thailand MICE Venue Standard หรือ TMVS ที่ใช้เป็นเกณฑ์การประเมินสถานประกอบการไมซ์นั้น ในเชียงใหม่มีสถานประกอบการผ่านการรับรองมาตรฐานดังกล่าวในประเภทห้องประชุมและประเภทสถานที่จัดงานแสดงสินค้าจำนวนถึง 18 แห่ง รวม 51 ห้อง

ร่วมมือกับชุมชนสหกรณ์

โดย นายจิรุตถ์ กล่าวว่า ทางทีเส็บได้ร่วมมือกับชุมชนสหกรณ์จำนวน 35 แห่งทั่วประเทศ พัฒนาศักยภาพเพื่อให้เป็นจุดหมายปลายทางใหม่รองรับการจัดงานไมซ์ในรูปแบบใหม่ สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นที่มีความพร้อมได้พัฒนาสู่การรองรับธุรกิจการจัดงานไมซ์ โดยเฉพาะในเรื่องของการเป็นสถานที่ศึกษาดูงาน กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกับชุมชน หรือจัดกิจกรรมพิเศษตามวาระโอกาสขององค์กรธุรกิจต่างๆ เป็นช่องทางใหม่ด้านรายได้แก่สหกรณ์ได้ โดยในเชียงใหม่มีสหกรณ์ที่มีความพร้อมดำเนินงานดังกล่าว ได้แก่ สหกรณ์นิคมแม่แตงจำกัด และสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด ที่จะเป็นพื้นที่นำร่องในการนำเอางานเพื่อสังคมของภาคเอกชนเข้าไปจัดกิจกรรมได้

ด้าน นายเชิดชัย พรหมแก้ว รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า การร่วมมือกับทีเส็บ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการศึกษาดูงานในชุมชน นับเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยมีสหกรณ์การเกษตรเป็นศูนย์กลางของชุมชน เป็นตัวกลางประสานงานรวบรวมสินค้าพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น

ส่วน นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม การเกษตรและหัตถอุตสาหกรรม การบริการสุขภาพ การศึกษา มีผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด หรือ ค่าจีดีพี จำนวน 222,434 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากภาคบริการถึง 70.3% ดังนั้นการพัฒนาจังหวัดจึงมีเป้าหมายเป็นนครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง เป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวและบริการสากล : ไมซ์ซิตี้ ,เวลเนส ซิตี้ โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2560 จำนวน 95,899.6 ล้านบาท นักท่องเที่ยว จำนวน 10,084,521 คน และคาดการณ์ในปี 2561 มีรายได้จากการท่องเที่ยวจำนวน 104,820.36 ล้านบาท ดังนั้น การพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์จึงเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของจังหวัด และการสนับสนุนการดำเนินการด้านการท่องเที่ยวให้เกิดแรงดึงดูดในการท่องเที่ยวจึงสำคัญและต้องได้รับการสนับสนุน

ไมซ์ไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ นายภูริพันธ์ บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ยังกล่าวถึง โครงการไมซ์ไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ โครงการประกวดออกแบบการจัดงานประชุมสัมมนาโดยใช้วัสดุท้องถิ่นเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยความร่วมมือระหว่าง ทีเส็บ จังหวัดเชียงใหม่ ชุมชน และประชาชนทั่วไป ว่า เป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์แนวคิดการใช้วัสดุท้องถิ่นในการจัดประชุมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม โดยสามารถนำมาสร้างรายได้แก่ตนเองและชุมชน รวมถึงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจไมซ์และการจัดงาน สอดรับกับนโยบายการส่งเสริมการจัดงานอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์สู่ความยั่งยืน

ซึ่งการส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์อย่างยั่งยืน มีองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ สร้างสมดุลความรับผิดชอบต่อสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน และถ้าทุกภาคส่วนร่วมกันช่วยคิดค้นวิธีการจัดงานเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมให้ชุมชนสามารถนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นมาใช้ทดแทน นอกจากจะช่วยจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการจัดงานที่สามารถใช้วัสดุท้องถิ่นช่วยสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างชุมชนให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืนได้อีกด้วย

****************************************************************************************

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.siamrath.co.th

www.siamrath.co.th/n/56185